ผลสอบเป็นตัวชี้วัดอนาคตของบุตรหลานได้จริงหรือ

Exam

ระบบการศึกษาของไทยมีการวัดระดับด้วยการสอบแข่งขันผู้ที่ได้คะแนนสูงที่สุดจะได้เป็นอันดับที่ 1 ของห้องและผู้ที่ได้คะแนนน้อยที่สุดจะได้อันดับสุดท้ายของห้อง หรือในปัจจุบันจะมีการเปลี่ยนจากการจัดอันดับเป็นการบอกคะแนนของนักเรียนแต่ละคนแทน ผู้ที่ได้คะแนนน้อยก็ยังรู้สึกว่าตนเองด้อยค่าในสายตาของผู้ปกครองหลายคนที่มีความคิดว่าลูกต้องทำมีคะแนนสูงเป็นอันดับต้นของห้องหรือของโรงเรียน ถึงจะเป็นคนที่มีความสามารถ เป็นคนเก่งสำหรับพ่อแม่ คะแนนจากการสอบมีความสำคัญสามารถบ่งบอกความสำเร็จของนักเรียนหรือบุคคลคนหนึ่งได้จริงหรือ

Exam

คะแนนรวมที่ครูได้ทำการบอกกับผู้ปกครองนั้นเป็น ผลรวมจากหลายวิชารวมกันนำมาหาค่าเฉลี่ยออกมาเป็นตัวเลขโดยประมาณ ซึ่งเมื่อพิจารณาค่าตามรายวิชาเราอาจจะพบว่าบางวิชาลูกหลานของเราอาจได้คะแนนสูงจนเกือบเต็ม แต่บางวิชาคะแนนกับต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนทำให้ค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน  คะแนนที่ได้ของนักเรียนทุกคนสามารถสื่อได้ถึงความรับผิดชอบและความตั้งใจในการเรียนเท่านั้น เพราะผู้ที่ตั้งใจเรียนมีความขยันมั่นเพียรในการทบทวนความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาย่อมที่จะทำข้อสอบได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ตั้งใจเรียนและไม่ทำการทบทวนบทเรียนอย่างแน่นอน เนื่องจากครูผู้สอนทุกคนจะทำการออกข้อสอบจากบทเรียนที่ทำการสอน ผลงานที่ได้รับมอบหมายจากบทเรียนที่เรียนไปและคะแนนจากความตั้งใจเรียนในห้องเรียนเป็นหลัก ดังนั้นถ้าผู้เรียนมีความตั้งใจเรียน ทำงานตามที่อาจารย์มอบหมายอย่างครบถ้วน เชื่อได้ว่าการทำข้อสอบต้องได้คะแนนในระดับที่ดี เมื่อรวมกับคะแนนผลงานที่ทำระหว่างเทอมที่เรียนก็จะมีคะแนนเฉลี่ยที่อยู่ในเกณฑ์อย่างแน่นอน

แต่ก็ใช่ว่านักเรียนที่มีคะแนนสูงทุกคนจะสามารถประสบความสำเร็จในชีวิตได้ทั้งหมด เพราะสูตรการเรียนการสอนในโรงเรียนไม่ได้สอนการใช้ชีวิต การควบคุมอารมณ์ความรู้สึกหรือการวางแผนชีวิตให้กับผู้เรียน ดังนั้นแม้ว่าผู้เรียนจะมีผลการเรียนระดับยอดเยี่ยมก็ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า นักเรียนผู้นั้นจะประสบความสำเร็จในชีวิต เป็นผู้มีเงินทองร่ำรวยมีหน้าที่การงานที่สูงส่งหรือมีครอบครัวที่อบอุ่น ดังนั้นก่อนที่เราจะตัดสินใจว่าบุตรหลานของเราจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จหรือไม่ในอนาคตอย่าทำการตัดสินใจจากคะแนนสอบเพียงอย่างเดียว

ขอให้มองในหลายหลายมุม ทั้งความชอบหรือความสนใจของบุตรหลานและส่งเสริมในสิ่งที่เขาชอบหรือในวิชาที่เขาสามารถทำคะแนนได้สูงที่สุด แม้เพียงวิชาเดียวก็ถือว่าอาจเป็นวิชาที่จะทำให้บุตรหลานของเราประสบความสำเร็จในอนาคตก็เป็นได้

ความตั้งใจคือกุญแจสำคัญในการเตรียมตัวสอบภาษาอังกฤษ

เตรียมตัวสอบภาษาอังกฤษไม่ยากถ้าตั้งใจ

ในการเตรียมตัวสอบภาษาอังกฤษนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราจะต้องทบทวนเนื้อหาในเรื่องต่างๆที่จะมีการทำการสอบอย่างเช่นการฟัง พูด อ่าน เขียน ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากที่สุดเลยที่จะทำให้เราได้รู้จุดบกพร่องของตัวเองและนำมาพัฒนาแก้ไขให้ดียิ่งขึ้นไปและเมื่อเราได้รับรู้ถึงข้อบกพร่องของตนเองแล้วนั้นเราก็จะได้นำในจุดที่เราบกพร่องนั้นมาอ่านและทำความเข้าใจมากยิ่งขึ้นหรือถ้าไม่เข้าใจจริงๆก็สามารถถามผู้เชี่ยวชาญที่จะสอนให้เรานั้นเข้าใจได้ง่ายและเก่งมากขึ้นตามลำดับก่อนการสอบอีกด้วย

english-test

การเตรียมตัวสอบนั้นมีอยู่หลายอย่างด้วยกันเราต้องรู้ก่อนว่าการสอบนั้นเราจะสอบของอะไร เพื่ออะไร ใช้อะไร อย่างการสอบเพื่อการทำงานนั้นส่วนมากก็ต้องการคะแนนสูงๆทั้งนั้นเพื่อเป็นตัวการันตีได้ว่าภาษาอังกฤษของเรานั้นแข็งแรงอย่างมาก ไม่ว่าจะสื่อสารกับต่างชาติก็จะทำให้การดำเนินงานนั้นเป็นไปอย่างราบรื่นโดยดี หรือแม้กระทั่งการเตรียมตัวสอบภาษาอังกฤษเพื่อที่จะให้เราได้ไปเรียนต่อต่างประเทศทุกๆอย่างล้วนมีความจำเป็นอยู่แล้วและตัวเราเองก็รู้ด้วยว่าเราต้องการเรียนภาษาอังกฤษนั้นเพื่ออะไรบ้าง การเตรียมตัวสอบภาษาอังกฤษนั้นในปัจจุบันนิยมเป็นที่สนใจอย่างมากเพราะด้วยความที่บางคนอยากไปเรียนต่อต่างประเทศแต่ไม่มีพื้นฐานความรู้เลย หรือมีพื้นฐานแต่น้อยเราก็สามารถที่จะทำการเตรียมตัวสอบภาษาอังกฤษล่วงหน้าได้เลยกับสถาบันภาษาอังกฤษอย่าง King-English ที่ตอบโจทย์ให้กับผู้ที่ต้องการมองหาที่เรียนภาษาอังกฤษอยู่เพื่อให้เราได้เก่งมากยิ่งขึ้นแบบนี้ไม่ยากเลยที่จะนำพาให้เรานั้นไปสู่ความสำเร็จหรือเป้าหมายตามที่เราต้องการได้

reading English book

การเรียนภาษาอังกฤษนั้นต้องหมั่นใช้ความพยายาม การเตรียมตัวสอบภาษาอังกฤษเช่นกันเราต้องมีสติอยู่ตลอดเวลาเพราะการที่เราสอบแต่ละข้อคะแนนไม่ใช่น้อยๆแต่ละข้อบางทีอาจจะยากแต่ถ้าเราตั้งใจและทำได้คะแนนอาจจะพุ่งให้เราได้ชนะคู่แข่งมากขึ้นก็เป็นได้ การเตรียมตัวสอบภาษาอังกฤษนั้นหากเรายังไม่รู้ว่าเราจะเริ่มยังไงเราก็ต้องหมั่นอ่านเยอะและแปลออกมาว่าเราไม่เข้าใจในส่วนไหน หากเราไม่เข้าใจเราก็จะได้ทำการเรียนตรงส่วนนั้นๆเพิ่มเติมเพื่อให้เราได้มีคะแนนที่ดีมากยิ่งขึ้น

การเตรียมตัวสอบภาษาอังกฤษนั้นเป็นเรื่องที่เราไม่ควรมองข้ามเลยเพราะการเรียนภาษาอังกฤษจะทำให้เราใช้ประโยชน์ได้ทั่วประเทศเลยก็เป็นได้ การเรียนภาษาอังกฤษนั้นเวลาเราจะไปเที่ยวต่างประเทศด้วยตนเองจะได้ไม่ลำบาก เราสามารถไปเที่ยวต่างประเทศได้ไม่ยากเลยด้วยภาษาอังกฤษที่ใช้กันในการสื่อสารทั่วโลก

สิ่งที่ต้องคำนึงก่อนเลือกคณะเรียนในมหาวิทยาลัย

การเลือกเรียนในคณะและสาขาใดในระดับอุดมศึกษาเป็นหนึ่งในการกำหนดอนาคตของคุณ มากกว่าการใช้เวลาในการศึกษา 4-6 ปี ยังจะเกี่ยวเนื่องถึง ทักษะความสามารถที่จะมีในอนาคตและการเลือกประกอบอาชีพ ดังนั้นจึงมีสิ่งที่ต้องคำนึงก่อนเลือกคณะเรียนในมหาวิทยาลัย

ในประเทศไทยเรามักพบว่า นักเรียนระดับ ม.6 จำนวนมากที่ยังค้นพบตัวเองไม่เจอ ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ถนัดอะไร และอยากเรียนอะไร เพื่อให้การเลือกเรียนต่อในระดับอุดมศึกษามีประสิทธิภาพและทำให้ผู้เรียนมีความสุขเราขอนำเอาสิ่งที่ควรคำนึงก่อนเลือกคณะเรียนในมหาวิทยาลัย มาฝากกันให้คิดตาม

เริ่มจากให้ถามตัวเองว่า อยากทำงานอะไร หามีความชอบและรักในอาชีพอะไรให้ไปหาข้อมูลว่าต้องเรียนคณะอะไร แล้ความแตกต่างของการเรียนในสาขาต่างๆของแต่ละคณะนั้นเป็นอย่างไร แต่ละสาขานั้นสาขาใดที่ตอบโจทย์ความต้องการในการประกอบอาชีพมากที่สุด

ถ้าไม่รู้ว่าตัวเองอยากประกอบอาชีพอะไร  ลองพิจารณาตัวเองว่าชอบหรือถนัดวิชาอะไร  ถ้าไม่ชอบวิชาคำนวน การเรียนวิศวะ หรือบัญชี คงไม่ใช้ทางที่ควรไป หากของภาษาก็แน่นอนว่าคณะที่เกี่ยวข้องกับการใช้ภาษาเช่น การท่องเที่ยว การโรงแรม  เอกภาษา คือสิ่งที่น่าสนใจ  ชอบพูดคุยนำเสนอ ก็อาจจะเข้าทาง การเลือกเรียนนิเทศศาสตร์

พาตัวเองไปชิมลางก่อนเลือกเข้าคณะอะไร เช่น  ลองเข้าค่ายที่แต่ละคณะเปิดรับ  เพื่อที่จะได้ เรียนรู้การเรียนภายในคณะนั้นๆ รู้บรรยากาศ รู้ว่าเรียนแล้วจะจบมาทำงานอะไร

สิ่งที่ต้องคำนึงก่อนเลือกคณะเรียนในมหาวิทยาลัย

พูดคุยกับคนที่มีประสบการณ์จริง เช่น รุ่นพี่ที่เรียนคณะนั้นๆ หรือผู้ที่ประกอบอาชีพที่เกี่ยวข้องกับคณะที่กำลังสนใจ  ลองถามว่าการเรียนนั้นต้องเรียนอะไรบ้าง เรียนหนักไหม จบมาหางานอะไร โอกาสในการเรียนต่อ  โอกาสในการหารายได้เป็นอย่างไร จะเป็นข้อมูลที่จะช่วยในการตัดสินใจในการเลือกเรียนต่อได้ดี

พิจารณาจริตของตัวเอง ว่าเหมาะหรือไม่กับการเรียนมรคณะนั้นๆ คนเก่งไม่จำเป็นต้องเรียนหมอ หรือ วิศวะ เสมอไปเพราะคุณอาจไม่ชอบ ถ้าใครไม่ชอบอยู่ในกฎระเบียบการเรียนครูก็อาจจะไม่ตอบโจทย์ ใครชอบใช้จินตนาการ ถ้าต้องไปอยู่ในคณะที่เน้นการศึกษาจากตำราเท่านั้นก็คงเบื่อได้

พิจารณาค่าใช้จ่ายและความสามารถในการจ่ายของครอบครัว บางคนอยากเรียนในคณะที่ต้องใช้เงินมากอาจเป็นภาระของพ่อแม่มากขึ้นจึงควรพิจารณาจุดนี้ด้วย หากหาแหล่งทุนช่วยเหลือไม่ได้อาจต้องเก็บความอยากเรียนไว้เป็นคนฝัน

สิ่งสุดท้ายที่ควรพิจารณาคือดูทิศทางตลาดงานในอนาคต 4-5 ปีข้างหน้าว่าต้องการคนที่จบสาขาอะไร เป็นหนึ่งในแนวทางของการพิจารณาเลือกคณะที่อยากเรียน แต่ละปี  มีบัณฑิตระดับปริญญาตรีจบใหม่   ปีละประมาณ 3-4 แสนกว่าคน  แต่ความต้องการแรงงานระดับปริญญาตรีเพียง  140,000 คนต่อปี มีแนวโน้มว่า การตกงานของผู้จบระดับปริญญาตรี จะเพิ่มขึ้นทวีคูณ คณะและสาขาที่เป็นที่ต้องการในปัจจุบันและอนาคต ได้แก่ คณะวิทยาการการคอมพิวเตอร์ เมื่อจบออกมาทำหน้าที่เป็น   Data Scientist  สาขาการตลาดเพื่อทำ  Digital Marketing  และ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรม

ค่าเฉลี่ยคะแนนโทอิคสำหรับคนที่อยากทำงานในสายการบิน

TOEIC หรือ Test of English for International Communication เป็นแบบทดสอบความรู้ทางภาษาอังกฤษ สำหรับประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ มีการยอมรับในการสมัครงานมากที่สุดแบบหนึ่งของโลก

การสอบ TOEIC เป็นแบบทดสอบที่ใช้วัดความสามารถ ตั้งแต่ผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษ ในระดับเริ่มต้น จนถึงผู้ที่ใช้ ภาษาอังกฤษได้ในระดับใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา  จัดทำขึ้นโดยสถาบัน Educational Testing Service (ETS) ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นองค์กรเดียวกับที่จัดทำข้อสอบ  TOEFL, GMAT, GRE, SAT

การสมัครงานใรหลากหลายอาชีพที่ต้องการผล TOEIC เช่น ธุรกิจการบิน การโรงแรม การท่องเที่ยว การขนส่ง สถาบันการเงิน ปิโตรเคมี ยานยนต์ โรงพยาบาล รวมทั้งบริษัทข้ามชาติ นอกจากนั้นยังใช้เพื่อการปรับเงินเดือน เลื่อนตำแหน่ง คัดเลือกเพื่อไปอบรมต่างประเทศ

แบบทดสอบ TOEIC  ใช้วัดความสามารถทางด้าน Passive Skill จึงมีอยู่ 2 ส่วนคือ แบบทดสอบ การฟัง และการอ่าน และทักษะความสามารถ ในการใช้ ภาษาอังกฤษมาใช้งานจริง (Proficiency) แต่ในปัจจุบันได้มีการเพิ่มแบบทดสอบด้านการพูดและการเขียนเข้ามาด้วย ทำให้ปัจจุบัน TOEIC มีการสอบสองรูปแบบ ประกอบด้วย

แบบแรก  Classic TOEIC Test Administration (TOEIC Listening and Reading Test) การฟังและการอ่าน ประกอบด้วยคำถาม 200 ข้อ แบ่งเป็นข้อสอบทางด้านการฟัง 100 ข้อ (ฟังจากเทปที่อัดไว้) และการอ่าน 100 ข้อ ระยะเวลาในการทดสอบประมาณ 2 ชั่วโมงถึง 2 ชั่วโมงครึ่งขึ้นอยู่กับการสอบแต่ละครั้ง โดยมีคะแนนเต็ม 990 คะแนน ซึ่งผลคะแนนจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการใช้ภาษาของผู้สอบและมีอายุการ ใช้งานได้ 2 ปีนับจากวันที่สอบคะแนน TOEIC เริ่มจาก 10 คะแนนถึง 990 คะแนน โดยแบ่งคะแนนการฟังเป็น 5-495 คะแนนและ การอ่าน 5-495 คะแนน

แบบที่สอง Redesigned TOEIC Test Administration (TOEIC Speaking and Writing Tests) การพูดและการเขียน ซึ่งเริ่มใช้เดือนเมษายน 2551

ค่าเฉลี่ยคะแนนโทอิคสำหรับคนที่อยากทำงานในสายการบิน

สำหรับการสมัครงาน สายการบินมีกำหนด คะแนน TOEIC ขั้นต่ำไว้ที่ระดับคะแนนแตกต่างกัน เริ่มจาก

500 คะแนน สำหรับ   EVA Air   สายการบินสัญชาติไต้หวัน ให้บริการเที่ยวบินโดยสาร และเที่ยวบินขนส่งสินค้าในชื่อ อีวีเอแอร์ คาร์โก จากท่าอากาศยานหลักที่ไต้หวันเถาหยวนให้บริการเที่ยวบินสู่จุดหมายปลายทาง 3 แห่งในประเทศ และ 64 แห่งใน 17 ประเทศใน 4 ทวีป

550 คะแนน ได้แก่   ASIANA AIRLINES   สายการบินที่มีฐานอยู่ที่โซล สาธารณรัฐเกาหลี และเป็นหนึ่งในสองสายการบินหลักของเกาหลีใต้  เอเชียนาแอร์ไลน์เป็นสมาชิกของ Star Alliance และให้บริการเส้นทางการบินไปยังจุดหมายปลายทางภายในประเทศ 12 แห่ง และระหว่างประเทศ 73 แห่งใน 17 ประเทศ   รวมทั้ง   Thai lion Air  ที่รับผล TOEIC 550   Thai lion Air  การร่วมทุนระหว่างสายการ lion Air  ประเทศอินโดนีเซีย และกลุ่มนักธุรกิจชาวไทย เริ่มต้นเปิดให้บริการจาก กรุงเทพ – ดอนเมือง ไปยังเส้นทางภายในประเทศ และเส้นทางระหว่างประเทศ

600  คะแนน ได้แก่ สายการบิน  Singapore Airlines ,  การบินไทย, Nok Air,  Nok Scoot , China Airline  และ Spring Airlines   ห้บริการผู้โดยสารทั้งเส้นทางภายในประเทศจีนและต่างประเทศโดยมีต้นทางที่เซี่ยงไฮ้

650 คะแนน  สำหรับการสมัครสายการบิน Royal Jordanian , Japan Airlines, Air Asia , Bangkok Airways  และสายการบิน Cathay Pacific สายการบินประจำชาติฮ่องกง เป็น 1 ใน 6 สายการบินที่บริการลูกค้าได้ในระดับ 5 ดาว

700 คะแนน สำหรับ ANA (All Nippon Airways) เป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และ Jetstar สายการบินที่มีปลายทางต่างๆกว่า 85 ปลายทาง ทั้งในออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, เอเชีย และแปซิฟิก

คะแนน IELTS เพื่อสมัครมหาวิทยาลัยดังในสหราชอาณาจักร

จากการจัดอันดับของมหาวิทยาลัยในโลกประจำปี 2018 โดย Times Higher Education  พบว่ามหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร ที่ติด 10 อันดับแรกในจำนวนการจัดอันดับ 200 อันดับ นั้นมีการกำหนด ระดับคะแนน IELTS  ต่ำที่สุด ที่ระดับ 5.5 และสูงที่สุดระดับ 7.5 ดังนั้นหากคุณกำลังมีเป้าหมายในการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยต่อไปนี้ก็ต้องขยันๆกันหน่อย

University of Oxford ติดอันดับที่  1 ของโลก กำหนดคะแนน IELTS minimum requirement  สำหรับการสมัครเข้า ศึกษาในระดับ undergraduate programmes อยู่ที่  7.0 และในระดับ postgraduate programmes ต้องมีคะแนน IELTS minimum requirement  อยู่ที่ 7.0

University of Cambridge ติดอันดับที่  2 ของโลก กำหนดคะแนน IELTS minimum requirement  สำหรับการสมัครเข้า ศึกษาในระดับ undergraduate programmes อยู่ที่  7.0 และในระดับ postgraduate programmes ต้องมีคะแนน IELTS minimum requirement  อยู่ที่ 7.0

https://www.ielts.idp.co.th/

Imperial College London ติดอันดับที่  16 ของโลก กำหนดคะแนน IELTS minimum requirement  สำหรับการสมัครเข้า ศึกษาในระดับ undergraduate programmes อยู่ที่  6.0 และในระดับ postgraduate programmes ต้องมีคะแนน IELTS minimum requirement  อยู่ที่ 6.0

University College London   ติดอันดับที่  16 ของโลก กำหนดคะแนน IELTS minimum requirement  สำหรับการสมัครเข้า ศึกษาในระดับ undergraduate programmes อยู่ที่  5.5 และในระดับ postgraduate programmes ต้องมีคะแนน IELTS minimum requirement  อยู่ที่ 5.5

London School of Economics and Political Science ติดอันดับที่  25 ของโลก กำหนดคะแนน IELTS minimum requirement  สำหรับการสมัครเข้า ศึกษาในระดับ undergraduate programmes อยู่ที่  7.0 และในระดับ postgraduate programmes ต้องมีคะแนน IELTS minimum requirement  อยู่ที่ 7.0

University of Edinburgh  ติดอันดับที่  27 ของโลก กำหนดคะแนน IELTS minimum requirement  สำหรับการสมัครเข้า ศึกษาในระดับ undergraduate programmes อยู่ที่  6.5 และในระดับ postgraduate programmes ต้องมีคะแนน IELTS minimum requirement  อยู่ที่ 6.5

King’s College London  ติดอันดับที่  36 ของโลก กำหนดคะแนน IELTS minimum requirement  สำหรับการสมัครเข้า ศึกษาในระดับ undergraduate programmes อยู่ที่  6.0 และในระดับ postgraduate programmes ต้องมีคะแนน IELTS minimum requirement  อยู่ที่ 6.0

 

University of Manchester ติดอันดับที่  54 ของโลก กำหนดคะแนน IELTS minimum requirement  สำหรับการสมัครเข้า ศึกษาในระดับ undergraduate programmes อยู่ที่  5.5 และในระดับ postgraduate programmes ต้องมีคะแนน IELTS minimum requirement  อยู่ที่ 5.5

University of Bristol ติดอันดับที่ 76 ของโลก กำหนดคะแนน IELTS minimum requirement  สำหรับการสมัครเข้า ศึกษาในระดับ undergraduate programmes อยู่ที่  6.0 และในระดับ postgraduate programmes ต้องมีคะแนน IELTS minimum requirement  อยู่ที่ 6.0

University of Glasgow ติดอันดับที่  80 ของโลก กำหนดคะแนน IELTS minimum requirement  สำหรับการสมัครเข้า ศึกษาในระดับ undergraduate programmes อยู่ที่  6.5 และในระดับ postgraduate programmes ต้องมีคะแนน IELTS minimum requirement  อยู่ที่ 6.5

จะเห็นได้ว่ามีมหาวิทยาลัยหลายแห่งที่เกิดโอกาสให้คนที่สอบได้คะแนนระดับ 5.5 สามารถสมัครเข้าเรียนต่อได้ทั้งในระดับ undergraduate และในระดับ postgraduate แต่อย่างไรก็ตามการสอบได้ในระดับ5.5 นั้นก็อาจแสดงได้ว่ามีทักษะด้านภาษาอังกฤษที่ไม่ดีนักเมื่อเข้าไปเรียนแล้วอาจต้องเรียนคอร์สปรับภาษาอีกระยะหนึ่งจึงจะสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ในระดับที่ดี